e4 rahasia tempo spin mahjong wins kenapa main terburu buru bisa gagal bonuse4 strategi aman mahjong wins 3 dengan perhitungan modale4 strategi berbasis algoritma untuk target tinggie4 pendekatan terukur dan evaluasi rtp moderne4 pola disiplin mahjong wins 2 dengan mindset juarae4 pola pengelolaan dana cerdas mahjong wins 3e4 pola rtp stabil mahjong wins yang viral tembus 30 jutae4 pola slow spin mahjong wins yang disebut lebih efektife4 rahasia pengaturan modal agar tidak cepat habise4 formula stabil dengan evaluasi rtp berkalae4 manajemen saldo profesional dalam mahjong wins 3e4 mental tangguh ala atlet olimpiade untuk scatter hitam mahjong wins 2e4 metode main disiplin dengan rtp stabil paling dicarie4 mindset juara dan pola main konsisten mahjong wins 2e4 optimasi hasil dengan strategi data drivene4 pendekatan modern mahjong wins berbasis statistike4 pendekatan terstruktur mengikuti irama sistemakifvasi scatter hitam alur mahjongmahjong ways profit masuk sistemsaat scatter aktif ritme mahjong winskecepatan scatter mekanik mahjongwild emas katalis performa mahjongefek scatter hitam momen mahjong winsmahjong ways sistem pemicu profitmahjong wins menyala pola dorongan profitpuncak cuan ketika scatter level besarsaat scatter mahjong emas sistem profite4 filosofi mental emas dalam strategi mahjong wins 2e4 formula konsistensi mahjong wins untuk raih target besare4 gaya main disiplin dengan perhitungan rtp terbarue4 kombinasi algoritma dan konsistensi menuju target 34 jutae4 memahami pola rtp mahjong wins 3 secara mendalame4 mengoptimalkan momentum rtp stabil tanpa spekulasioke bukan instan scatter wild mahjong waysoke mahjong wins waktu mandek scatter hitamoke ada nuansa mahjong ways scatter wildoke waktu seolah berhenti scatter hitamoke waktu terus berlalu scatter hitam mahjongmahjong wins keluar zona scatter hitamketidakacakan mahjong ways scattersaat scatter hitam lebih keras mahjong winspermainan biasa menjadi arena mahjongmahjong ways dinamika scatter wild putaranputaran simbol mahjong ways scatter mulaimahjong wins serius ketika scatter mengaturmahjong wins memasuki fase scatter wild biasaketika scatter mahjong wins bisa dibacabatas scatter hitam berkuasa di mahjongaqua365oke76cincinbet

นางเลี้ยงหมากะป้าแจ่ม : โดยชมัยภร แสงกระจ่าง ผลงานประเด็นกลุ่มอ่อนไหวและเปราะบาง

หมวดหมู่ สื่อเป็นโรงเรียนของสังคม , โดย : admin , 1 สิงหาคม 61 / อ่าน : 3,837


 

มีคนย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านใหม่

นางเป็นหญิงสาววัยทำงาน นุ่งกระโปรงสั้นดูทันสมัย ทาปากแดง.....

จาก ชมัยภร แสงกระจ่าง เรื่องนางเลี้ยงหมากับป้าแจ่ม





มีคนย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านใหม่

นางเป็นหญิงสาววัยทำงาน นุ่งกระโปรงสั้นดูทันสมัย ทาปากแดง ผมหยิกเป็นลอนสวยงาม ใคร ๆก็บอกกันว่า นางทำงานในรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง แต่พูดต่อ ๆกันมาหลายคนแล้วก็ยังไม่มีใครรู้แม้แต่คนเดียวว่ารัฐวิสาหกิจนั้นคืออะไร นางอยู่ซอยหมา ชาวบ้านเรียกซอยที่นางอยู่ว่าซอยหมา เพราะทั้งซอยมีแต่คนเลี้ยงหมา มีทั้งที่เลี้ยงไว้ในบ้านและเลี้ยงไว้ในถนน หรือบ้างก็เกิดขึ้นมาบนถนนหลังการเลี้ยงไว้บนถนน นับรวม ๆกันแล้วประมาณห้าสิบตัว

พอนางมาอยู่ ผู้คนจะเห็นนางเดินเข้าซอยมาเร็ว ๆ สองมือหิ้วถุงพะรุงพะรัง ดูกะเร้อกะร่า พอเห็นหมาตัวหนึ่งก็หยุดวางถุงลงแล้วเริ่มหยิบน่องไก่บ้าง หมูปิ้งบ้าง ลูกชิ้นปิ้งบ้างออกจากถุงและส่งให้หมา ตัวไหนมาถึงก่อนก็ได้ชิ้นใหญ่ไป นางทำตัวเหมือนว่าถุงของนางเป็นกระเป๋าโดเรม่อน หยิบแล้วหยิบอีกไม่มีวันหมดกระเป๋า เดินไปสักพักนางก็แวดล้อมไปด้วยหมา มีทั้งที่เดินตามกันมา และเดินมาดักหน้า นางแจกอาหารไป นางก็พูดพึมพำไป เสียงกระหนุงกระหนิงราวกับคุยกับคนรัก ป้าแจ่มซึ่งเป็นป้าแสนดีของคนทั้งซอยหมาแรกเห็นเข้าก็ออกมาโอภาปราศรัย

“โอ คุณเอามาแจกเยอะแยะเลยคุณ คุณอยู่บ้านหลังไหนค้า”

ชาวบ้านซอยหมา เรียกป้าแจ่มเป็นนางงามมิตรภาพประจำซอย เพราะเป็นคนชอบแจกยิ้มและชอบโฆษณาตัวเองพร้อม ๆกับโฆษณาคนอื่น ทั้งที่สิ่งที่โฆษณานั้นบางทีก็เป็นแง่มุมที่ไม่สมควรแก่การโฆษณาเท่าไร เช่น ประวัติความเป็นมาของตนเองและคนโน้นคนนี้ ป้าแจ่มทำไปโดยไม่รู้ตัว และดูเหมือนว่าเป็นความสุขของป้าแจ่มที่จะทำให้ใครต่อใครรู้จักกันโดยทั่วถึง บางครั้งป้าแจ่มก็กลายเป็นผู้สื่อข่าวของหมู่บ้านไปด้วย เพราะไม่รู้จักแต่เฉพาะคนซอยหมา หากรู้จักคนซอยอื่น ๆ และแม่ค้าที่ตลาดไปด้วย แม่ค้าที่ได้รับประโยชน์เพราะป้าแจ่มโฆษณาสินค้าเป็นเชิงบวกเรียกลูกค้าได้มาก ก็เรียกว่า “ป้าแจ่มปากหวาน” แต่แม่ค้าบางคนที่ไม่ชอบให้ป้าแจ่มโฆษณาสินค้าของตนเชิงลบก็เรียกป้าแจ่มว่า “ป้าแจ่มปากเยอะ” หนักกว่านั้นบางคนก็เรียก “ป้าแจ่มปากหมา” ป้าแจ่มรู้ทุกสมญาเพราะที่ตลาดก็มีคนแบบป้าแจ่มเยอะเหมือนกัน จึงเข้าหูป้าแจ่มจนได้ แต่ป้าแจ่มก็ไม่ว่าอะไร เอาแต่หัวเราะแล้วก็โฆษณาสมญาของตัวเองต่อไปอย่างสนุกสนานจนคนที่ได้ยินได้ฟังเริ่มไม่รู้ว่า ป้าแจ่มแกถูกตั้งสมญาหรือป้าแจ่มแกตั้งของแกเอง

เมื่อป้าแจ่มส่งเสียงทักทายออกไปแล้วก็รอฟังคำตอบ แต่นางนิ่งเฉย เหมือนไม่ได้ยิน ป้าแจ่มเลยส่งเสียงดังขึ้นไปอีกนิดหนึ่ง

“แหม คุณใจบุญจริ๊ง อยู่บ้านไหนล่ะนี่”

พูดไม่พูดเปล่า ป้าแจ่มเดินเข้ามาใกล้ด้วย ในรัศมีเสียงที่แน่ใจว่า ถ้านางไม่หูตึงนางต้องได้ยิน แต่แล้วป้าแจ่มก็ต้องอึ้งตะลึงงันเป็นครั้งแรกในรอบอายุสิบปีหลังที่เข้ามาอยู่หมู่บ้านแห่งนี้เลยทีเดียว เพราะผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองป้าแจ่ม สบตาป้าแจ่ม นัยน์ตาว่างเปล่าไร้สัญญาณการรับรู้

“ตาบอดหรือคุณ” ปากของป้าแจ่มไวเกินไปสักนิด แต่สมองนางเบื้องหน้าก็ยังมีอาการไม่รับรู้ผ่านสายตาเย็นชา คราวนี้ป้าแจ่มถอยห่าง เดินกลับไปยังบ้านของตัวเอง และเข้าไปตั้งหลักอยู่ในรั้ว จนกระทั่งนางเดินผ่านไปแล้ว ป้าแจ่มก็รีบเปิดประตูรั้วออกมาจ้องดูว่านางจะไปอยู่บ้านหลังไหน ปรากฏว่า นางคนมาใหม่เข้าไปอยู่ที่บ้านสุดซอยอันเป็นบ้านที่ไม่มีคนอยู่มานานมาก พอป้าแจ่มเห็นดังนั้น ก็สรุปทันทีว่า “นางมาเช่าบ้านครูน้อย”บ้านครูน้อยเป็นบ้านไม่ร้างมานาน ใครต่อใครก็ปริวิตกกลัวว่า จะกลายเป็นที่สุมหัวของเด็กเสพยา ดังนั้น การมีคนมาเช่าจึงเป็นความสุขอย่างยิ่งของคนที่รับรู้ ป้าแจ่มก็เช่นกัน

นับแต่วันนั้นมา นางก็อยู่ในสายตาของป้าแจ่มผู้อยู่ต้นซอยโดยตลอด แต่ในขณะเดียวกันป้าแจ่มก็ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเล่าเรื่องของนางไปทั่วซอยและทั่วตลาด แต่ป้าแจ่มไม่ได้บอกชื่อนางเพราะไม่รู้ชื่อนาง จึงเรียกนางว่า นางเลี้ยงหมา ใคร ๆก็พลอยเรียกว่า นางเลี้ยงหมาไปด้วย รวมทั้งแม่ค้าในตลาด เวลานางไปซื้อของก็จะมีการซุบซิบนินทาตามหลัง เหมือนนางจะได้ยินแต่นางก็ไม่เคยพูดกับใคร ยกเว้นคนขายไก่ทอด

คนขายไก่ทอดเป็นผู้ชายตัวอ้วนกลมค่อนข้างมีอายุ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เขาขายไก่ทอดเป็นน่อง เป็นชิ้น และเป็นไม้ ซึ่งเป็นตับ ไส้ และ เครื่องในที่เสียบไม้ราคาถูกสำหรับคนเลี้ยงหมาโดยเฉพาะ นางมาซื้อไก่เขาตั้งแต่แรก บางทีก็เหมาน่องไก่ไปทั้งหมด ราคาก็ไม่น้อยเพราะน่องละ ๑๐-๑๒ บาท นางซื้อไปเป็นสิบ ๆน่อง และซื้อทุกวัน บางครั้งก็เอาตับไก่ไปด้วย แรก ๆเขาคิดว่าบ้านนางคงอยู่กันหลายคน เขาเคยพยายามจะสื่อสารกับนางให้มากกว่าประโยคสั่งซื้อแต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะนางไม่สบตาเขา ไม่อยากพูดกับเขามากกว่านั้น แถมยังตีสีหน้าบึ้งตึงใส่ด้วย

เขาได้ยินแม่ค้ากับป้าแจ่มนินทานางด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน “คงมีผัวแล้วผัวทิ้งแหง ๆเลย คนแบบนี้ ผอมแห้งแรงน้อย โกโรโกโส” ป้าแจ่มทำน้ำเสียงกระแทกกระทั้นโดยลืมไปว่า ตัวเองก็ถูกผัวทิ้งเหมือนกันและอยู่คนเดียวมานานนับสิบปี แล้วก็นินทาต่อเนื่องไปอีกสารพัดสารพัน และไม่ใช่ครั้งเดียว คนขายไก่รู้สึกสงสารนาง วันหนึ่ง เขาจึงพูดเสียงดังให้ได้ยินกันไปทั่ว ๆว่า

“เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ ใจก็บุญซื้อของไปเลี้ยงหมา เราก็มีรายได้ แล้วยาย ๆป้าจะไปว่าเขาทำไม”

นั่นแหละ เสียงนินทาของตลาดจึงเบาบางลง

วันเวลาผ่านไปไม่ถึงปี นางที่ใครไม่รู้ชื่อเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ จากที่ดูเป็นสาวและคล่องแคล่วว่องไวก็กลายเป็นนางผู้เคลื่อนไหวช้าลง ผอมแห้งลงเรื่อย ๆ จนชายขายไก่รู้สึกเป็นห่วง เขาไม่ได้กลัวขาดรายได้ แต่เขารู้สึกผูกพันกับความเป็นคนเงียบของนางจริง ๆ วันหนึ่งเขาจึงถามขึ้น

“ไม่สบายหรือเปล่าครับ ดูผอม ๆ”

นางเหลือบตาขึ้นมองเขา ในแววตานั้นแห้งแล้งไร้ชีวิต ตอบเขาเบา ๆว่า “เป็นมะเร็งลำไส้ค่ะ”

คำตอบของนางไม่ได้เข้าหูชายขายไก่คนเดียว แต่เข้าหูแม่ค้างขายผลไม้แผงข้าง ๆด้วย ในเวลาไม่กี่นาที เรื่องนางเป็นมะเร็งลำไส้ก็ดังไปทั่วตลาด ชายขายไก่ไม่เข้าใจว่าทำไมนางจึงบอกเขาด้วยน้ำเสียงธรรมดาเหมือนว่านางเป็นหวัด แล้วข้อสำคัญนางมาบอกเขาทำไม 
เรื่องนางเป็นมะเร็งแต่ยังเลี้ยงหมาอย่างเป็นปกติเริ่มเป็นที่จับตา “เป็นมะเร็งแล้วยังไม่ไปรักษาตัวอีก” หลายคนบ่น น้ำเสียงเสียดสีเย้ยหยันเริ่มหายไป สายตาตลาดเริ่มเห็นใจมากขึ้น แต่ก็เป็นสายตาที่เลยไปถึงความเวทนาสงสาร แต่คนที่ทำให้ตลาดแปลกใจก็คือป้าแจ่ม เพราะแกไม่ยอมพูดถึงนางเลย แต่กลับหลบ ๆเลี่ยง ๆที่จะพูดถึงเรื่องนี้ไปอย่างผิดคาด และวันหนึ่งป้าแจ่มก็หายหน้าไปจากตลาด แม่ค้าคนสนิทเล่าว่า

“แกปวดท้องไปโรงพยาบาล”

เรื่องป้าแจ่มปวดท้องไปโรงพยาบาลกลายเป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะ ตลาด” จากปวดท้องธรรมดา ปวดท้องไส้ติ่ง ปวดท้องสารพัดสารพัน ก่อนจะลงเอยด้วย “ป้าแจ่มเป็นมะเร็งลำไส้” ละมั้ง เท่านั้นแหละทั้งตลาดก็กระหึ่มไปด้วยเสียงเล่าลือว่าป้าแจ่มเป็นมะเร็งลำไส้
คนสองคนที่เป็น “คู่นินทา” เป็น “มะเร็งลำไส้” พร้อม ๆกันขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ป้าแจ่มหายหน้าไปจากตลาด หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ในขณะที่นางคนชอบเลี้ยงหมายังคงกระย่องกระแย่งมาตลอดทุกวัน ทำให้แม่ค้ามึนงงไปตาม ๆกัน ชายชายไก่จึงอดไม่ได้ที่จะบอกเรื่องป้าแจ่ม

“พักบ้างก็ได้นะคุณ ป้าแจ่มแกเป็นมะเร็งเหมือนคุณแหละ แกยังพักเลย”

นางยิ้ม ใบหน้าของนางหน้าเหี่ยวย่นมองดูราวคนแก่อายุสักแปดสิบ
ป้าแจ่มนั่ง ๆนอน ๆอยู่ในบ้านรอผลพิพากษาของหมอมาเกือบ ๗ วันแล้ว ความรู้สึกกลัวว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งแล่นอยู่ในสมองมาเป็นเดือนก่อนหน้าจะไปโรงพยาบาล ทำให้แกเป็นมะเร็งไปเรียบร้อยแล้ว แกเก็บตัวอยู่ในบ้านจนหน้าซีดหน้าเซียว

วันนั้น แกนอนซมอยู่ และมีเสียงคนกดออดหน้าบ้าน แกผงกหัวขึ้น ส่งเสียงร้องครวญครางเล็กน้อยก่อนลุกขึ้นมองตรงช่องประตู เห็นเงาวอบแวบ แกก็ตะโกนถามว่า “ใครน่ะ” แต่เงานั้นไม่ตอบ แกก็เดินตัวงอ ๆ ออกไปดูหน้าคนมากดออด

“ใครวะ” แกบ่นพึมพำขณะเปิดประตูเก่า ๆ ฝืด ๆ

นางเลี้ยงหมา ยืนอยู่หน้าประตู ในมือถือถุงพลาสติก พอเห็นเจ้าของบ้านก็ยิ้มจนหน้าย่น ป้าแจ่มผงะ เพราะนางเลี้ยงหมาทั้งผอมทั้งแห้งอย่างไม่น่าเชื่อ แต่กระนั้น พอนึกได้ว่านางเลี้ยงหมาเคยมีปฏิกิริยากับแกเช่นไร แก็หน้าตึง ตะคอกออกไป “มีอะไร”

นางเลี้ยงหมายื่นถุงพลาสติกลอดเข้ามาทางช่องเหล็กดัดประตู “เอามาให้”

“เอามาให้ทำไม” ป้าแจ่มเสียงอ่อนลงเล็กน้อย

นางเลี้ยงหมายิ้ม ใบหน้าแห้งเหี่ยวนั้นดูราวกับกระดาษย่น “ได้ข่าวว่าป้าไม่สบาย เจ้านี้อร่อย ฉันซื้อมาฝาก”

ป้าแจ่มรับถุงนั้นมา สัมผัสได้กับความสั่นเทาของคนที่หิ้วมันมา นางส่งให้เสร็จก็หันหลังให้และเดินจากไปโดยไม่มองป้าแจ่ม ป้าแจ่มกลับเข้าบ้านอย่างงง ๆ

เมื่อนั่งลงที่โต๊ะกลางบ้านและเริ่มกินก๋วยเตี๋ยวนั้น ป้าแจ่มก็ตระหนักถึงความรู้สึกปีติที่แล่นพล่าน แกวางช้อนและวิ่งออกไปเปิดประตูบ้านออกไปยืนมองคนที่เดินจากไป ไม่มีวี่แววของใครในซอยนั้นแล้ว แต่ป้าแจ่มก็ยังสัมผัสได้ถึงความสั่นระรัวแห่งร่างกายของนางเลี้ยงหมา “นางไม่สบาย”ป้าแจ่มร้องอึงอลอยู่ในหัวใจ

อีกหนึ่งเดือนต่อมา นางเลี้ยงหมาก็ตายเพราะมะเร็งลำไส้ ในขณะที่ผลการตรวจหมอสรุปว่าป้าแจ่มไม่ได้เป็นมะเร็ง วันเผาศพนางเลี้ยงหมา ชายขายไก่เห็นน้ำตาป้าแจ่มไหลพราก ๆ






#feedDD #MASS

 

 


ติดตามเรื่องราวดีๆ อัพเดท สื่อเป็นโรงเรียนของสังคม ที่แฟนเพจ สื่อเป็นโรงเรียนของสังคม ที่นี่




ปฏิทินกิจกรรม











แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ
Art & Culture for Health Literacy

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)
ThaiHealth Promotion Founnation (THPF)

128/355 ชั้น 32 อาคารพญาไทพลาซ่า ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ10400

128/355 Phayathai Plaza Bldg., 32nd  Fl. Phayathai Rd., Thung Phaya Thai, Ratchathewi, Bangkok 10400

โทรศัพท์. 02-129-3897-99
อีเมล : [email protected]