คอลัมน์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์: อาลักษณ์นักเลงทำเพลงยาว

หมวดหมู่ รายงานพิเศษ , โดย : admin , 26 มิถุนายน 60 / อ่าน : 63


โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 

 

          "สุนทรภู่ครูฉัน เกิดวันจันทร์ปีม้า ยี่สิบหกมิถุนา เมื่อเวลาแปดโมง"   ใครแต่งไว้ไม่รู้ จำขึ้นใจทุกปีเมื่อถึง "วันสุนทรภู่" คือ 26 มิถุนายน ปีนี้ตรงกับวันจันทร์พอดี

          "อันหม่อมฉันนั้นที่ดีและชั่ว ถึงลับตัวก็แต่ชื่อเขาลือฉาว เป็นอาลักษณ์นักเลงทำเพลงยาว เขมรลาวลือเลื่องถึงเมืองนคร ฯ" เมื่อคราวครบสองร้อยปีสุนทรภู่ พ.ศ.2529 สถานทูตไทยในรัสเซียจัดฉลองที่กรุงมอสโก เชิญผู้เขียนกับคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ไปร่วมงาน ก็เลยอยากเปลี่ยนวรรคท้ายกลอนของท่านสุนทรภู่ที่ว่า "เขมรลาวลือเลื่องถึงเมืองนคร" เป็นดังนี้

          "เขมรลาวลือตลอดถึงมอสโก" เพื่อเผยแผ่เป็นประจักษ์ถึงเกียรติที่ท่านได้รับเป็นสากลเมื่อท่านได้ล่วงลับแล้วถึงสองร้อยปี แม้จนบัดนี้ก็เถิด กระทรวงวัฒนธรรมไทยเราได้เทิดเกียรติท่านด้วยการมอบรางวัลสุนทรภู่แก่กวีกลุ่มประเทศอาเซียนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ด้วยคิดว่าน่าจะคงมีอยู่นะผู้รู้ท่านว่า "กวีนิพนธ์นั้นเป็นมงกุฎวรรณ กรรม"

          กลอนสุนทรภู่นั้นเป็นเพชรน้ำเอกที่ประดับมงกุฏวรรณกรรมไทยอย่างเจิดจ้า แม้จนวันนี้และวันหน้า ถ้าจะอวดอะไรที่เป็นไทยๆ แก่ชาวโลกกัน

          แล้ว กาพย์กลอนไทยนี่แหละโอ่ภูมิแก่นานาอารยประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิเลยทีเดียว

          โดยเฉพาะกลอนสุนทรภู่ สุนทรภู่ได้พัฒนากลอนไทยอันมีมาแต่เดิมให้มีจังหวะจะโคนและเสียงกลอนให้ไพเราะอย่างมีมาตรฐาน

          น่าเสียดายที่ปัจจุบันความใส่ใจในเรื่องนี้ดูจะเสื่อมลงอย่างน่าใจหาย ส่วนหนึ่งมาจากหลักสูตรการศึกษาที่ไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร

          อีกส่วนก็คือ คนอ่านหนังสือกันน้อยลง อย่าว่าแต่วรรณคดีเลย หนังสือธรรมดาก็ไม่อ่านกันแล้ว

          เหมือนคำที่ว่า "คนรู้หนังสือแต่ไม่อ่านหนังสือ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนไม่รู้หนังสือ"

          บ้านเราเวลานี้มีคนไม่รู้หนังสือ เพราะไม่อ่านหนังสือมากจนน่าตกใจ

          กระทรวงศึกษาฯ ต้องมีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์การศึกษา นอกจากอ่านออกเขียนได้แล้ว ยังต้องอ่านหนังสือกี่เล่มอีกอย่างมีนัยยะสำคัญ ฝากเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาด้วยละกัน

          ที่ว่ากลอนสุนทรภู่เป็นเพชรน้ำเอกประดับมงกุฎวรรณกรรมไทยอย่างเจิดจ้านั้น    ขอแจกแจงดังนี้ กลอนแปดนั้นทั้งได้สะท้อนและสร้างสรรค์เอกลักษณ์ของภาษาไทยอย่างครบถ้วนในเรื่องจังหวะและเสียงอักษร

          จังหวะคือกลุ่มคำและสัมผัส เช่น

          ในเพลงปี่ว่าสามพี่พราหมณ์เอ๋ย

          ยังไม่เคยเชยชิดพิสมัย

          ถึงร้อยรสบุปผาสุมาลัย

          จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย

          พระจันทรจรสว่างกลางโพยม

          ไม่เทียมโฉมนางงามพี่พราหมณ์เอ๋ย

          แม้ได้แก้วแล้วจะค่อยประคองเคย

          ถนอมเชยชมโฉมประโลมลาน ฯ

          กลุ่มคำก็คือ วรรคละแปดคำ และในแต่ละ

          วรรคยังจัดกลุ่มคำออกเป็นสามช่วง คือ

          ในเพลงปี-ว่าสาม-พี่พราหมณ์เอ๋ย

          สัมผัสคือเสียงสระที่ส่งรับกันสอดคล้องดัง

          เรียกว่า คล้องจอง เช่น

          ยังไม่เคย เชย ชิด พิสมัย

          ดังคำที่ขีดเส้นใต้ไว้นั้น นี่เรียกว่า "สัมผัสใน" คือในวรรค นอกวรรค หรือระหว่างวรรค จากกลอนนี้ก็คือคำ "เอ๋ย-เคย" "สมัย-มาลัย" เป็นต้น นี่เรียกสัมผัสนอก สอดรับคล้องจองกันไปตลอด

          การสอดรับคล้องจองนี่แหละคือ "กลอน"

          เสียงอักษรนี่เป็นเอกลักษณ์ของภาษาไทยทีเดียว คือมีเสียงตายตัวเพียงห้าเสียงเท่านั้น ดังนี้ สามัญ เอก โท ตรี จัตวา อันกำหนดด้วยวรรณยุกต์ซึ่งจะแปรไปตามพื้นฐานอักษรสูงกลางต่ำอีกด้วย

          ห้าเสียงนี้เป็นบรรทัดฐานหรือมาตรฐานของภาษาไทย ทั้งนี้ ไม่นับสำเนียงพื้นถิ่นที่ผันไปตามภูมิภาค เหนือ ใต้ ออก ตก กลาง นั้น ซึ่งเป็นข้อยกเว้นพิเศษ

          มีสูตรจำเสียงคำท้ายวรรคกลอนดังนี้ คำท้ายวรรคแรกใช้ได้ทุกเสียง ดังกลอนข้างต้น คำ เอ๋ย (จัตวา) โพยม (กลาง) คำท้ายวรรคสอง ห้ามใช้เสียงสามัญกับตรี คำท้ายวรรคสาม-สี่ ต้องใช้เสียงสามัญกับตรีเท่านั้น

          ลองเทียบกับกลอนข้างต้นดูเถิดจะเห็นมาตราเสียงตามสูตรนี้ไม่พลาดเลย

          นี้เป็นเอกลักษณ์จำเพาะที่มีอยู่ในภาษาไทยอันกำกับไว้ด้วยจังหวะกับเสียงเป็นสำคัญ จังหวะคือสัมผัสด้วยสระและกลุ่มคำ เสียงก็คือเสียงอักษรสามัญ เอก โท ตรี จัตวา ลงตัวและตายตัวนั้น

          กลอนแปดของท่านสุนทรภู่ที่ท่านแต่งมาทั้งชีวิต ด้วยชีวิตของท่านนี่แหละ

          คือเพชรน้ำเอกประดับมงกุฎวรรณกรรมของภาษาไทยโดยแท้

 

 

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560


ปฏิทินกิจกรรม













แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ
Art & Culture for Health Literacy

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)
ThaiHealth Promotion Founnation (THPF)

978/118 ชั้น34 อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท
กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 02-298-0987-8 โทรสาร : 02-298-0989
อีเมล : artculture4health@gmail.com