ประกวดสื่อฯอย่าปล่อยให้เด็กอ้วนให้ความรู้ควบคู่บริโภคอาหารเป็น - ไทยโพสต์

หมวดหมู่ รายงานพิเศษ , โดย : admin , 14 พฤษภาคม 60 / อ่าน : 64


ประกวดสื่อฯอย่าปล่อยให้เด็กอ้วนให้ความรู้ควบคู่บริโภคอาหารเป็น 

 
          "ความอ้วน" เรื่องใกล้ตัวที่พวกเรามักมองข้าม แต่กลับสร้างผลกระทบกับเด็กและเยาวชนในสมัยนี้มากมาย และหากไม่รู้วิธีป้องกัน คาดการณ์ว่าจะส่งผลไปถึงเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ นำมาซึ่งความเสี่ยงเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs อาทิ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจ ดังนั้นแนวทางที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้คือ ให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคอาหาร ควบคู่กับออกกำลังกาย โดยไม่ต้องรอให้เจ็บป่วยและเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลเพื่อรักษาตัวเสียก่อน
          ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์สื่อและกิจกรรมเพื่อการรณรงค์ หัวข้อ อย่าปล่อยให้เด็กอ้วน (ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักและผลไม้) เพื่อให้เด็กระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาสร้างสรรค์สื่อเพื่อการรณรงค์ลดน้ำหนักในโรงเรียน ภายใต้การสนับสนุนของแผนสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักโภชนาการสมวัย สำนักงานบริหารแผนงานอาหารและโภชนาการ เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เครือข่ายคนไทยไร้พุง ชมรมโภชนาการเด็กแห่งประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี 20 โรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรม ปรากฏว่าโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศคือ โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ เขตประเวศ สังกัดกรุงเทพมหานคร
          "ครูปิ่น" หรือนางสาวพรพิมล เผือกบาง ครูโรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ เล่าว่า เมื่อก่อนตัวเองไม่เคยให้ความสนใจกับเรื่องสุขภาพเลย เนื่องจากที่เป็นครูโสตทัศนศึกษา จึงไม่ค่อยรู้ว่าเรื่องสุขภาพสำคัญอย่างไร แต่หลังจากได้เข้าร่วมโครงการกับ สสส. ก็เห็นว่าโครงการนี้ดีและมีประโยชน์มากๆ จึงได้มีการจัดตั้งโครงการแบ่งปันไอเดียเพื่อสุขภาพ (Share Ideas for Health) ขึ้น
          โครงการนี้แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 กิจกรรมคือ กิจกรรมที่แรกคือ แบ่งปันความรู้เพื่อสุขภาพ (Share Healthy) เป็นเรื่องของการจัดอบรมเพื่อให้ความรู้เด็กและผู้ปกครอง รวมถึงคุณครูที่ปรึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
          กิจกรรมที่สอง แบ่งปันไอเดียเพื่อสุขภาพ (Idea Healthy) คือ หลังเด็กได้รับการเข้าอบรมแล้วจะต้องทำกิจกรรม 1 ห้องเรียน 1 กิจกรรม ซึ่งแต่ละห้องจะต้องแบ่งว่าใครจะทำอะไร เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้กับเพื่อนๆ หรือว่าพี่ๆ ในระดับชั้นอื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมอบรมด้วยสื่อต่างๆ อาทิ โปสเตอร์, หนังสั้น, แอนิเมชั่น "อย่าปล่อยให้ความอ้วน" (ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักและผลไม้), สปอต



โฆษณา "ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักและผลไม้", คลิปวิดีโอ "เต้นกระจาย สลายไขมัน" ส่วนกิจกรรมที่สามคือ ประกวดหนุ่มสาวสุขภาพดี ที่ไม่ใช่เป็นการแข่งขันการลดน้ำหนัก แต่เป็นการให้เด็กหันมาดูแลสุขภาพโดยใช้สื่อจาก 2 กิจกรรมข้างต้น
          "โครงการนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมากเลยทีเดียว เนื่องจากในระดับเด็กโตแล้วถ้าเขาได้ลงมือทำเอง เขาจะมีความภาคภูมิใจ และก่อเกิดเป็นนิสัยติดตัวนำไปใช้ดูแลและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินในระยะยาวได้" ครูปิ่นกล่าว
          ขณะที่ "น้องมิ้นต์" หรือเด็กหญิงโศจิรัตน์ ยะถาเทศ อายุ 13 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เสริมว่า ก่อนที่หนูจะเข้าร่วมโครงการมีรูปร่างที่อ้วนมาก น้ำหนัก 66 กิโลกรัม ชอบทานข้าวเหนียวหมูปิ้งทุกเช้า แต่เมื่อได้รับการอบรมจากโครงการแบ่งปันไอเดียเพื่อสุขภาพ (Share Ideas for Health) จึงนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน คือลดการรับประทานอาหารที่มากเกินไปและที่ไม่ดี



ต่อสุขภาพ ก็เปลี่ยนมาทานอาหารที่โรงเรียนซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้าวต้มที่มีผักและมีประโยชน์ต่อร่างกาย 1 เดือนผ่านไป ทำให้น้ำหนักลดเหลือ 63 กิโลกรัม และตอนนี้น้ำหนักเหลือแค่ 61 กิโลกรัม ดีใจมาก และหลังจากนี้จะใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น และจะบอกต่อคนใกล้ชิดให้หันมาใส่ใจเรื่องนี้เช่นกัน
          ส่วน "น้องญาญ่า" หรือเด็กหญิงดรุณี สืบวัฒนกุล อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 บอกว่า โครงการนี้ไม่ใช่โครงการที่จะให้ลดน้ำหนัก แต่เป็นโครงการที่จะทำให้เราหันมาดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น ให้ทุกคนรู้ว่า "สุขภาพสามารถแข็งแรงได้โดยไม่ต้องพึ่งยา" และรู้จักรักษาสุขภาพของตนเองได้ยังไง ควรจะกินอาหารประเภทไหน ในตอนแรกๆ มันอาจจะยาก แต่ถ้าเราไม่ท้อ เราก็สามารถทำได้
          นอกจากนี้ยังมีสื่อสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ และได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากนักเรียนโรงเรียนวัดสวนส้ม (สุขประชานุกูล) ด้วยผลงานหนังสือเล่มเล็กเรื่อง "ยมทูตเรียกหา" ที่จะถูกนำไปสร้างภาพยนตร์สั้นในอนาคต
          "น้องวา" หรือเด็กหญิงนลพรรณ รินเสนา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดสวนส้ม (สุขประชานุกูล) เล่าว่า ตนเองและครอบครัวช่วยกันแต่งเรื่องพร้อมวาดภาพประกอบหนังสือเล่มเล็กนี้ขึ้นมา ด้วยแนวคิดที่ต้องการทำให้เด็กๆ อย่างพวกเธอรู้สึกกลัวคำว่า "ยมทูตเรียกหา" เพื่อหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ไร้คุณค่าทางโภชนาการ โดยเรื่องราวทั้งหมดจะเกี่ยวกับ "น้องต้นกล้า" เด็กชายรูปร่างอ้วนคนหนึ่ง เขามักจะทานอาหารแคลอรีสูงเป็นประจำ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ทำให้เขาต้องเผชิญกับ "ท่านยมทูต" วายร้ายแห่งขุมนรก และนี่คือจุดที่ทำให้ชีวิตน้องต้นกล้าเปลี่ยนไปตลอดกาล
          เช่นเดียวกันกับ "น้องต้นข้าว" เด็กหญิงกชกร คำมี นักเรียน



ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เจ้าของหนังสือเล่มเล็กเรื่อง วาเลนไทน์ที่น่าเบื่อ โดย "น้องต้นข้าว" บอกว่า ถึงแม้ผลงานตนเองจะไม่ได้รางวัล แต่สิ่งที่ทำให้ภูมิใจมากคือ หลังจากได้เข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น ทำให้ได้รู้จักคุณประโยชน์และโทษของอาหารประเภทต่างๆ ได้เรียนรู้การออกกำลังกาย ตลอดจนการสร้างสรรค์สื่อรณรงค์เหล่านี้ เดิมต้นข้าวมีน้ำหนัก 57 กิโลกรัม แต่เมื่อลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานและออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักลดลง 2 กิโลกรัม โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน
          นอกจากนี้ยังมีหนังสือเล่มเล็กหลายเรื่องที่ให้ข้อคิด ตักเตือน และข้อเสนอแนะในการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน เช่น บุ้งกี๋พิชิตภัยโรคอ้วน, มาดูแลสุขภาพกันเถอะ, เพื่อนกันตลอดไป เป็นต้น
          ทั้งสื่อและกิจกรรมของโรงเรียนต่างๆ ทั้ง 20 โรงเรียน นอกจากจะกลายเป็นต้นแบบที่ดีเพื่อใช้ในการขยายผลกับกลุ่มเป้าหมายข้างเคียงระหว่างกลุ่มเพื่อนเด็ก ครอบครัว ครู หลักสูตร นโยบายของโรงเรียน ร้านค้ารอบสถานศึกษา และในปีถัดๆ ไป โรงเรียนเหล่านี้จะกลายเป็นพี่เลี้ยงต้นแบบให้สถาบันการศึกษาอื่นๆ ที่จะก้าวมาร่วมโครงการ ติดตามสอบถามได้ที่ www.artculture4health.com.




ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ปฏิทินกิจกรรม













แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ
Art & Culture for Health Literacy

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)
ThaiHealth Promotion Founnation (THPF)

978/118 ชั้น34 อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท
กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 02-098-0988 โทรสาร : 02-298-0989
อีเมล : artculture4health@gmail.com