กายใจเบิกบานด้วย “พลังชีวิต” ดูแลสุขภาพในเชิงป้องกันและเป็นหมอให้ตัวเอง

หมวดหมู่ กิจกรรมล่าสุด , โดย : admin , 24 เมษายน 60 / อ่าน : 187


กายใจเบิกบานด้วย “พลังชีวิต” ดูแลสุขภาพในเชิงป้องกันและเป็นหมอให้ตัวเอง 



สามารถดูแลสุขภาพในเชิงป้องกันและเป็นหมอให้ตัวเอง ผลข้างเคียงน้อยรวมทั้งค่าใช้จ่ายยังถูกด้วย



     ในยามที่ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยทางร่ายกายและจิตใจ คนส่วนใหญ่มักพึ่งพิงการแพทย์สายหลักที่แม้จะสามารถรักษาโรครุนแรงและเฉียบพลันได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีจุดอ่อนเรื่องภาวะแทรกซ้อนและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการรักษา รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่มีแน้วโน้มสูงขึ้น ปัจจุบันหลายคนจึงหันไปหาศาสตร์การแพทย์อื่นเพื่อเป็นทางเลือก และในบรรดาศาสตร์การแพทย์ต่างๆ มีอยู่ศาสตร์หนึ่งที่ได้รับความสนใจนั่นคือ การแพทย์พลังงาน เพราะนอกจากจะตอบโจทย์เรื่องประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่มีหลักฐานยืนยันทางวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว ยังทำให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพในเชิงป้องกันและเป็นหมอให้ตัวเอง อันตรายหรือผลข้างเคียงน้อยมาก รวมทั้งค่าใช้จ่ายยังถูกด้วย

    

นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร 

 

     ประโยชน์ที่น่าสนใจของการแพทย์พลังงานที่นำมาใช้ในการบำบัดปัญหาสุขภาพได้เป็นอย่างดี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงเชิญ นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครธน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานบำบัด มาแบ่งปันข้อมูลให้ประชาชนที่สนใจฟังในงาน SOOK Activity ซึ่งจัดขึ้นที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. เมื่อเร็วๆ นี้ โดย นพ.วิโรจน์ กล่าวว่า พลังชีวิต หรือชี่ เป็นพลังงานที่หล่อเลี้ยงชีวิตไหลเวียนไปทั่วร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ถ้าเกิดความผิดปกติในชี่ เช่น อ่อนแรง ไม่สะอาด ไม่สมดุล อุดตัน ไหลเวียนไม่ดี จะทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นเจ็บป่วยเป็นโรคได้ ในหลักการแพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับชี่มากและมีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชี่มายาวนานกว่า 3,000 ปี

     “เทคนิคในการเสริมสร้างพลังชีวิตมี 3 ข้อ คือ หลีกเลี่ยงพลังงานลบ เช่น คนที่จุกจิกจู้จี้ ขี้บ่น ระแวง ริษยา อาฆาต พูดมาก ไร้สาระ อาหารขยะ อาหารปนเปื้อน มลภาวะ สถานที่อโคจร ขณะเดียวกันให้รับพลังงานบวก เช่น เพื่อนดีที่ให้การช่วยเหลือและให้กำลังใจ อาหารสดใหม่ที่มีประโยชน์ ธรรมชาติสดชื่นบริสุทธิ์ สุดท้ายคือ เสริมสร้างพลังงานภายใน โดยการฝึกชี่กงเพื่อควบคุมบริหารจัดการพลังชีวิตในร่างกายให้ไหลกระจายไปตามเส้นประสาทลมปราณ ซึ่งชี่กงต่างจากการแพทย์แผนจีนแขนงอื่นก็คือ เน้นไปที่การส่งเสริมสุขภาพมากกว่าการรักษาโรค สามารถฝึกฝนเพื่อใช้เยียวยาช่วยเหลือตัวเองได้” นพ.วิโรจน์ กล่าว

 

     นอกจากนี้ นพ.วิโรจน์ ยังฝากเคล็ดลับสำหรับผู้ที่จะฝึกชี่กงว่าเนื่องจากการฝึกชี่กงเป็นการฝึกที่เกี่ยวกับพลังงานภายในร่างกาย ซึ่งต้องมีการผสมผสานสัมพันธ์กับพลังงานที่อยู่รอบตัวด้วย ดังนั้นถ้าได้ฝึกในที่ที่มีพลังงานที่ดี พลังงานถ่ายเทสะดวก จะทำให้การฝึกก้าวหน้า ถ้าเป็นสถานที่ปลอดภัยก็จะทำให้จิตใจของผู้ฝึกโปร่งโล่งสบาย ไม่มีความกังวล การฝึกในสถานที่ที่มีพลังธรรมชาติของต้นไม้ ภูเขา แม่น้ำ น้ำตก ทะเล นอกจากได้รับพลังจากธรรมชาติแล้ว ยังได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ด้วย แต่ทั้งนี้ต้องฝึกฝนในสถานที่ที่เหมาะสมด้วย หากฝึกภายในบ้านต้องเปิดประตูหน้าต่างเพื่อให้มีพลังจากภายนอกไหลถ่ายเทเข้ามา

 

ที่มาของข่าว :  http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/272932


ปฏิทินกิจกรรม













แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ
Art & Culture for Health Literacy

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)
ThaiHealth Promotion Founnation (THPF)

978/118 ชั้น34 อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท
กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 02-298-0987-8 โทรสาร : 02-298-0989
อีเมล : artculture4health@gmail.com