'ทูตความดี' ตามแนวทางในหลวงรัชกาลที่ 9 "ดี 7 DAY ทำดี ทำได้ทุกวัน" : ไทยโพสต์

หมวดหมู่ รายงานพิเศษ , โดย : admin , 20 ตุลาคม 60 / อ่าน : 878


 

          ด้วยความเชื่อที่ว่าเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และมีพลังเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีและน่าอยู่ยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการประกวดผลงานเรื่อง "ความดี" ตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในกิจกรรม "ดี 7 DAY ทำดี ทำได้ทุกวัน" ที่เปิดรับสมัครผู้ต้องการแสดงผลงานตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และบัดนี้ได้มีการประกาศรางวัลเป็นที่เรียบร้อยในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

          โครงการดังกล่าวจัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ธนาคารออมสิน, มูลนิธินายห้างโรงปูนผู้หนึ่ง, สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.), กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และนายอนุทิน-นางศศิธร ชาญวีรกุล ผู้ถือหุ้นบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)

          ทั้งนี้ มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่เป็นประธานมอบรางวัลและเกียรติบัตรการประกวดผลงานดังกล่าว แบ่งประกวดออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 "หนังสั้น" มีผู้ส่งผลงาน จำนวน 114  ผลงาน รางวัลชนะเลิศในระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ ทีม Deb-Media โรงเรียนเทพศิรินทร์ กรุงเทพมหานคร, ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ ทีม Match Stick Production วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล จังหวัดนครปฐม

          ประเภทที่ 2 "การ์ตูนสั้น" มีผู้ส่งผลงาน จำนวน 55 ผลงาน รางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ นายคมกริช ธาระวานิช วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา, ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ ทีม A Little good มหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพมหานคร, ประเภทที่ 3 "ชีวประวัติ" มีผู้ส่งผลงาน จำนวน 25 ผลงาน ไม่มีผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ และประเภทที่ 4 "ภาพโปสเตอร์" มีผู้ส่งผลงาน จำนวน 161 ผลงาน และไม่มีผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศเช่นกัน

          นายพรเพชรกล่าวตอนหนึ่งว่า ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมนำหลักความดีมาใช้ในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิต รวมทั้งกระตุ้นจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้วยการดำรงตนบนความซื่อสัตย์ สุจริต ตามรอยพ่อตอนหนึ่งที่ว่า

          "การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่ว ซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้ตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี"

          นอกจากนี้ ประธาน สนช.ยังกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทูตความดีและผู้ชนะการประกวดทุกคน ขอให้นำประสบการณ์ในการเข้าร่วมโครงการและน้อมนำพระบรมราโชวาทตามหลักความดี นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติต่อไป

          นางสาวจินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร สมาชิก สนช. ในฐานะประธานกรรมการประกวด กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกคน และยังส่งผลต่อความคิดและการปฏิบัติตนของคนในสังคมเป็นอย่างมาก

          โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ และได้รับรู้ รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ดี มีประโยชน์ ก็จะช่วยส่งผลต่อความคิดและการปฏิบัติตนที่เหมาะสม อันจะช่วยให้สังคมและประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง แต่หากเด็กและเยาวชนได้รับรู้ รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ไม่ดี ก็จะส่งผลให้มีความคิดและปฏิบัติตนที่ไม่เหมาะสม และยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติโดยรวม

          "สสส.ถือว่ามีบทบาทสำคัญเรื่องของสุขภาวะ คือ ร่างกาย จิตใจ ปัญญา สังคม อย่างรอบด้าน ในงานด้านสุขภาพสังคมก็ยังมีส่วนร่วมอย่างมากทั้งเรื่องการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย การทำให้สังคมมีอนามัยที่ดี งดดื่มเหล้า เลิกสูบบุหรี่ ซึ่ง กมธ.เห็นว่าเป็นเรื่องเดียวกัน และมั่นใจว่าจะช่วยปลูกฝังให้เด็กรู้จักการทำดี ไม่เห็นแก่ตัว รู้จักเสียสละ เพราะการทำความดีไม่จำเป็นต้องไปรบเพื่อชาติ หรือทำอะไรให้กับประเทศที่ยิ่งใหญ่ แต่การทำความดีกับครู เพื่อน ครอบครัว คนรอบข้างทุกวัน ก็ถือว่าเป็นการทำความดีเพื่อส่วนรวมแล้ว" ประธานกรรมการประกวดกล่าว

          ด้านนายดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สสส.ได้นำเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการไปจัดอบรมการผลิตสื่อในต่างจังหวัด ร่วมกับไอดอลมืออาชีพที่เชี่ยวชาญในการผลิตสื่อสร้างสรรค์ประเภทต่างๆ เพื่อช่วยจุดไอเดียและส่งเสริมกิจกรรมทำความดีที่เด็กและเยาวชนสามารถทำได้ทุกวัน

          ทั้งนี้ สสส.ยังสานต่อโครงการในกรอบเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โดยเด็กและเยาวชนที่มีไอเดียเกี่ยวกับการทำความดีไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือชุมชน และต้องการผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ก็สามารถขอรับการสนับสนุนจาก สสส.ได้ตลอดเวลา

          นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวจะมีการจัดนิทรรศการที่อาคารรัฐสภา 1 เขตดุสิต กรุงเทพฯ ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม รวมทั้งยังไปจัดที่ลานอีเดน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 16-31 ตุลาคม โดยมีกิจกรรมส่งเสริมการทำความดี, กิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR และการสานพลังจิตอาสาทุกวัน เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกด้วย

          ด้านนายศตเมธ กรรณสูต จากทีม Match Stick Production วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล จังหวัดนครปฐม ผู้ชนะเลิศในระดับมัธยม เชื่อว่ากิจกรรมดังกล่าวควรจัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะช่วยกระตุ้นจิตสำนึกให้ทุกคนทำความดีได้ทุกวัน และยังช่วยเสริมให้เด็กและเยาวชนสามารถผลิตสื่อสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลจากอบายมุขต่างๆ อีกด้วย

          นี่คือกิจกรรมสำคัญที่สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนใช้ความคิดสร้างสรรค์ตามแนวทางในหลวงรัชกาลที่ ร.9 เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ตัวเองและส่วนรวมได้ทุกวัน.

 

          ชวนเลิกบุหรี่ ทำดีถวายพ่อ

          เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุมตรีเพ็ชร ตึก 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ชั้น 15 โรงพยาบาลศิริราช สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ เครือข่ายหมออนามัย และชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งประเทศไทย

          จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและปฏิญาณตน "อสม.-อสส. ชวนเลิกบุหรี่ ทำดีถวายพ่อ" โดยแกนนำอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) กว่า 90 คนจากทั่วประเทศ ได้กล่าวปฏิญาณตนมุ่งมั่น ตั้งใจ ทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน เลิกสูบบุหรี่เพื่อพ่อ ตามโครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน ที่พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร  อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการ ดำเนินงานเชิญชวนประชาชนเลิกบุหรี่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9

          ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2559 ที่ตั้งเป้าหมายการลดอัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยให้เหลือร้อยละ 16.7 ภายในปี 2562 จากอัตราการสูบในปี 2558 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 19.9 หมายถึงต้องมีคนเลิกสูบบุหรี่ไม่น้อยกว่า 1.8 ล้านคน ดังนั้นเพื่อสนับสนุนให้คนเลิกสูบบุหรี่ให้ได้ตามเป้า สสส.จึงได้ริเริ่มโครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดจำนวนนักสูบของกระทรวงสาธารณสุขและของประเทศให้เป็นจริงได้ โดยอาศัยกลไกของ อสม.และ อสส.ในการชักชวนให้คนเลิกบุหรี่ ซึ่งการประชุมเชิงปฏิบัติการ "อสม.-อสส. ชวนเลิกบุหรี่ ทำดีถวายพ่อ" ในวันนี้จะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ถึงชาวอาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อร่วมกันทำความดีด้วยการช่วยคนสูบบุหรี่ให้เลิกสูบบุหรี่มากขึ้น

 

 

ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560 


ปฏิทินกิจกรรม













แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ
Art & Culture for Health Literacy

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)
ThaiHealth Promotion Founnation (THPF)

978/118 ชั้น34 อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท
กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 02-298-0987-8 โทรสาร : 02-298-0989
อีเมล : artculture4health@gmail.com